HDPLAYERTHAILAND.COM ทุกเรื่องเกี่ยวกับ Blu-ray, HD Player, Home Theater ค้นหา
ค้นหา เครื่องเล่น
Sponsor ผู้สนับสนุน
 
HD Player
Asus (4)
Buffalo (1)
Cube (5)
DAT@AGE (4)
Dvico (4)
Dune (13)
EGreat (15)
HiMedia (5)
KAKUDOS (6)
MEDE8ER (9)
mixi (4)
Measy (1)
NORE (5)
noontec (5)
OKER (3)
Playon (7)
Play Time (1)
Popcorn Hour (6)
Seagate (1)
ViVO (4)
Western Digital (1)
Xtreamer (7)
HD Player Thailand on Facebook
LCDTVTHAILAND on Facebook

 

Video Review

LCDTVTHAILAND ON AIR ! ประจำเดือนพฤษจิกายน 2012 : MEDE8ER 1000X3D

 

LCD ON AIR !! ตะลุยงาน CES 2013 !!

 
เช็คสเป็คและราคา :: Blu-ray Player | HD Player | Home Theater
HD Player Thailand > Review Home Theater > คุ้มไม่คุ้ม รู้แน่บัดเดี๋ยวนี้ !!! รีวิว Onkyo HT-S3500 HTiB System 5.1
ปริ้นท์หน้านี้ ปริ้นท์หน้านี้ แบ่งปัน  
3 มิถุนายน 2555 | อ่าน 56397 | ตอบ 19
 
123
หน้าถัดไป >>  



Boomerang
ภาพ

ชานม
รีวิว

5.1 Home Theater in a Box System
Onkyo HT-S3500
 

คุ้มไม่คุ้ม รู้แน่บัดเดี๋ยวนี้ !!!

ในการเลือกซื้อชุดโฮมเธียเตอร์นั้น ประเด็นเรื่องของงบประมาณเกี่ยวเนื่องกับศักยภาพที่ผู้ใช้จะได้รับ แน่นอนว่าจะส่งผลเกี่ยวเนื่องกับประโยชน์ใช้สอย และคุณภาพเสียงที่จะได้ยิน คำถามก็คือ ควรจะเพิ่มงบประมาณหรือไม่ เพื่อให้ได้สิ่งที่ (คาดว่า) ดีกว่า? การตอบคำถามนี้ คงต้องดูว่า ระหว่างงบที่จ่ายไปนั้น ได้ประโยชน์อะไรกลับมาบ้าง ประเด็นนี้ทีมงานจะแจกแจงให้ท่านได้เห็นจากในรีวิวนี้ว่า ชุด HTiB ทั้ง 2 รุ่น คือ Onkyo HT-S3500 และ HT-S4505 มีจุดใดแตกต่างกันบ้าง และจุดต่างนั้นสามารถสร้างประโยชน์ (ในการใช้งานจริง) มากน้อยเพียงใดในเบื้องต้น... แต่ทั้งนี้การตัดสินใจคงต้องขึ้นกับวิจารณญาณของผู้อ่านแต่ละท่านว่า ประโยชน์ที่ได้มานั้น "คุ้มหรือไม่คุ้ม" กับจำนวนเงินที่เสียไปครับ

หมายเหตุ: ในรีวิวนี้มีการโยงไปยังลิงค์รูปภาพ หรือข้อมูลบางด้าน จาก รีวิว Onkyo HT-S4505 ที่คุณ Boomerang ได้ทดสอบไปก่อนหน้า เพื่อให้สามารถอ้างอิงเปรียบเทียบฟังก์ชั่นต่างๆ ของทั้ง 2 ซิสเต็ม ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ


HT-S3500 คือ ซิสเต็มโฮมเธียเตอร์แบบกึ่งสำเร็จรูป หรือที่เรียกว่า Home Theater in a Box (HTiB) รุ่นเล็กสุดของ Onkyo สำหรับปีนี้ (2012) และมี HT-S4505 เป็นลำดับรุ่นที่สูงขึ้นไป 1 ลำดับ (ไม่นับรุ่น HT-S3505 ที่ในบ้านเราไม่มีขาย) สำหรับท่านที่ติดตามซิสเต็มลักษณะนี้ของ Onkyo มาก่อน คงจะคุ้นเคยกับลักษณะอุปกรณ์ในชุดดีอยู่แล้ว ซึ่งอันที่จริงโดยพื้นฐานนั้น ใกล้เคียงกับรุ่นของปีที่แล้ว (3400) มาก แต่ก็มีจุดต่างเล็กๆ น้อยๆ ให้พอหอมปากหอมคอ


HT-R391 AVR ในชุด HT-S3500 ดูเผินๆ แทบไม่ต่างจาก HT-R558 ของชุด HT-S4505 


เห็นเป็นรุ่นเล็ก ราคาระดับเริ่มต้น แต่ก็มี USB Input กับเขาเหมือนกัน นับเป็นจุดเด่นที่เพิ่มเติมเข้ามาให้กลายเป็นฟีเจอร์พื้นฐานของ Onkyo AVR ทั้งแยกชิ้น และที่อยู่ในชุด HTiB ในปีนี้ ผู้ใช้สามารถเล่นไฟล์ดิจิทัลออดิโอที่มีมาตรฐาน Sampling Rate สูงสุดที่ 48kHz/24-bit บรรจุในอุปกรณ์ USB Storage Devices ได้ ฟอร์แม็ตไฟล์ที่รองรับ มี FLAC, MP3, WMA และ AAC และแน่นอนว่า USB Input นี้ รองรับการเชื่อมต่อกับ iPod/iPhone ได้โดยตรง ในรูปแบบ Digital Direct เช่นเดียวกัน

ฟังก์ชั่น USB นี้ ได้รับการเพิ่มเติมจากปีที่แล้ว ในขณะที่ความสามารถในจุดนี้ HT-R391 ของชุด 3500 ทำได้เช่นเดียวกับ HT-R558 ของชุด 4505 ครับ
 
ในรูปเดียวกันข้างบน จะสังเกตความแตกต่างเมื่อเทียบ HT-R391 กับ HT-R558 ได้จุดหนึ่ง... จะเห็นว่าช่องต่อ Audyssey Mic ที่อยู่ฝั่งขวาของช่อง USB บนแผงหน้าของ HT-R558 นั้น ไม่มีใน HT-R391 เท่ากับว่า HT-S3500 ไม่มีระบบ Auto Calibration ช่วยเหลือในการตั้งค่าเซ็ตอัพระบบลำโพงพื้นฐานนั่นเอง ผู้ใช้ต้องอาศัยการตั้งค่าลำโพงแบบแมนนวลเท่านั้น ตรงนี้จะส่งผลกับการใช้งานจริงอย่างไรบ้าง ผมจะกล่าวถึงอีกครั้งในรายงานการทดสอบช่วงท้ายครับ


มาดูรายละเอียดทางด้านหลังบ้าง ว่า HT-R391 กับ HT-R558 จะต่างกันหรือไม่?


ทั้งชนิดและจำนวนช่องต่อที่ติดตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายนั้น กล่าวได้ว่า HT-R391 และ HT-R558 "เหมือนกัน" แต่เมื่อเทียบกับรุ่นของปีที่แล้ว ช่องต่อ "Universal Port" ได้หายไป แต่คงมิใช่ประเด็นสำคัญ เนื่องจากการอัพเกรดอุปกรณ์เสริมทาง Universal Port ของ Onkyo AVR ที่น่าใช้ ก็คงไม่พ้น iPod Dock เป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันถูกทดแทนด้วย USB Input (iPod/iPhone Digital Direct) ไปแล้ว ซึ่งลงตัวกว่าทั้งศักยภาพและประสิทธิภาพ

 ขั้วต่อสายลำโพงที่เป็นแบบสปริงหนีบทั้งหมด พร้อม Speaker B (Front B) จุดที่ HT-R391 ต่างจาก HT-R558 คือ HT-R391 มีภาคขยายของซับวูฟเฟอร์เพิ่มเติมเข้ามา รวมเป็นภาคขยาย 6 แชนเนล
 


เนื่องจากลำโพงซับวูฟเฟอร์ในซิสเต็ม 3500 เป็นแบบ "พาสซีฟ" จึงต้องอาศัยภาคขยายจากภายนอก (ในที่นี้ก็คือ อาศัยภาคขยายจาก AVR) การเชื่อมต่อจึงใช้สายลำโพงเหมือนกับลำโพงอื่นๆ ในขณะที่ลำโพงซับวูฟเฟอร์ของซิสเต็ม 4505 เป็นแบบ "แอ็คทีฟ" คือ มีภาคขยายติดตั้งไว้ในตัวลำโพงซับวูฟเฟอร์แล้ว ที่ AVR (HT-R558) จึงไม่ต้องมีภาคขยายสำหรับซับวูฟเฟอร์อีก การเชื่อมต่อสัญญาณระหว่าง AVR และแอ็คทีฟซับวูฟเฟอร์ของซิสเต็ม 4505 จึงอาศัยรูปแบบ SW Pre Out (Line-level) แทน

ต่อไป มาดูความแตกต่างของชุดลำโพงกันครับ
 


อ่านต่อหน้า 2


 
Share |
 
แบ่งปัน  
 
 
123
หน้าถัดไป >>  

Tags : HTiB |


 
   
 
 
 
  This Is CAPTCHA Image
 
 
 
   

ความคิดเห็น
 
 12  หน้าถัดไป >> 

ความคิดเห็นที่ 19

การปรับเปลี่ยน Listening Mode (ระบบเสียงเสริม) นั้น ระบบจะใช้พื้นฐานจากระบบเสียงต้นฉบับของคอนเทนต์ที่รับฟังขณะนั้นเสมอครับ เช่น ถ้ารับฟังคอนเทนต์ 2-channel ระบบ DSP ก็จะประมวลเสียงรอบทิศทางโดยนำข้อมูลช่องเสียง 2 แชนเนล นั้นเป็นพื้นฐานมามิกซ์เซอร์ราวด์เพิ่มเติม เช่นกัน หาก apply กับระบบเสียง 5.1/7.1 อย่าง Dolby Digital (TrueHD)/DTS (HD) ระบบ DSP ก็จะใช้ช่องเสียงจากคอนเทนต์ที่มีทั้งหมดนั้นเป็นพื้นฐาน และมิกซ์เอฟเฟ็กต์ หรือบรรยากาศเพิ่มเติมเข้าไปครับ

ดังนั้นคำตอบคือ ยังเป็น Dolby Digital อยู่ครับ แต่ไม่ใช่ Original Dolby Digital เพราะเป็น Dolby Digital ที่เพิ่มเติมเอฟเฟ็กต์ของ Listening Mode ที่เลือกอยู่เข้าไปครับ

มี Tips เล็กๆ คือ ปกติสามารถตรวจสอบสถานะของระบบเสียงที่เข้ามายัง AVR และที่ AVR กำลังประมวลผลอยู่ได้ตลอดเวลาครับ ถ้าเป็นของ Onkyo 3500 ก็กดที่ปุ่ม Receiver ที่รีโมต ตามด้วยปุ่ม Home แล้วเลือกที่หัวข้อ Info ครับ


โดย: ชานม เมื่อ: 5/18/2013 3:11:32 PM


ความคิดเห็นที่ 18

ลืมถามอีกเรื่อง.....รบกวนนิดนึง    เวลาเล่น X-box (ผ่านhdmi) เครื่องสแกนเองไป dolby อยู่แล้วซึ่งดีจัง แต่เล่นpes2013 แล้วปรับเป็น game-sport เสียงเชียร์หรือบรรยากาศวี้ดวิ้ว...ดังขึ้น   ผมสงสัยว่ามันจะหายจากการเป็น dolby 5.1 มั้ยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ


โดย: Naruko เมื่อ: 5/18/2013 12:15:30 AM


ความคิดเห็นที่ 17

เป็นคำแนะนำที่ดีมากครับ ขอบคุณครับ


โดย: Naruko เมื่อ: 5/18/2013 12:05:10 AM


ความคิดเห็นที่ 16

ขอแก้ที่พิมพ์ผิด ย่อหน้าที่สอง ครับ

...สำหรับ Music และ Game จะไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก...

แก้เป็น >> ...สำหรับ "Movie" และ "Game" จะไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก...


โดย: ชานม เมื่อ: 5/17/2013 5:22:28 PM


ความคิดเห็นที่ 15

@k.Naruko

Dolby Prologic II และ DTS Neo6 ต่างก็เป็นระบบเสียงเสริม ที่ใช้ในการ “จำลองเสียง” (ไม่ใช่มาตรฐานหลักที่ใช้ในการบันทึกเสียง) โดยเป็นการจำลองรูปแบบเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทาง ซึ่งไม่ว่า PLII หรือ Neo6 หลักการคล้ายคลึงกัน เพียงแต่มาจากคนละค่าย กล่าวคือ หากนำระบบเสียงเสริมนี้ไปใช้งานกับคอนเทนต์ที่บันทึกเสียงแบบ 2-channel (Stereo เช่น อัลบั้มเพลงที่เราฟังกันทั่วไป) แทนที่เสียงจะออก 2 ลำโพงซ้าย-ขวา หรือ 2.1 (ซ้าย-ขวา-SW หากมีการเชื่อมต่อซับวูฟเฟอร์ในระบบ) ระบบ DSP จะทำการจำลองเสียงต้นฉบับ 2 แชนเนลนั้น ให้เสียงออกแบบ Surround 5.1-channel ได้ (ถ้าเป็น Dolby Prologic IIx จะได้ถึง 7.1-channel) แต่ก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องใช้จำลองกับระบบเสียง 2 แชนเนล เท่านั้นนะครับ จะ apply กับระบบเสียงเซอร์ราวด์อย่าง Dolby Digital และ DTS แท้ (รวมถึงเสียง TrueHD) ก็ได้เหมือนกัน แต่คงจะไม่มีประโยชน์นัก

ทั้ง PLII และ Neo6 จะมีให้เลือก 3 แบบ ให้ใช้กับคอนเทนต์หลายลักษณะ แยกเป็น Movie, Music และ Game สำหรับ Music และ Game จะไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก แต่ถ้าเป็น Music การรับฟังบทเพลงจำพวก Vocal จะเน้นความกลมกลืนของ 3 แชนเนลหน้า (FL-C-FR) ครับ ส่วน Movie จะตัดเสียงร้องให้ไปออกที่ลำโพง Center เป็นหลัก (ดังนั้นถ้าหากเซ็นเตอร์ไม่ดี คุณภาพเสียงจะดร็อปลงครับ) และทั้ง 3 รูปแบบ (รวมถึงระบบจำลองเสียงเสริมใหม่ๆ อย่าง PLIIz และ Audyssey DSX) ที่เป็นการ “จำลองเสียงเซอร์ราวด์” นั้น หากระบบลำโพงทั้งหมด เซ็ตอัพไม่เสมอสมานลงตัว จะขาดความกลมกลืน ฟังแล้วแปลกแยก หรือแม้แต่ให้น้ำหนักลำโพงกลมกลืนดีแล้ว แต่มิติเสียงจะกระจัดกระจายเพราะต้องแยกเสียงไปให้ลำโพงทั้งข้างหน้า ข้างหลัง อาจจะฟังไม่เป็นธรรมชาติ อีกทั้งความหนาแน่นของน้ำเสียงจะบางลงครับ แต่เบสอาจจะหนาขึ้น เนื่องจากลำโพง SW จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

เสียงของ Neo6 จะสไตล์เดียวกับระบบเสียง DTS คือ จะเน้นอิ่มแน่น เช่นกันว่า PLII ก็จะคล้ายระบบเสียง Dolby Digital ที่เน้นเฟี้ยวฟ้าวครับ หากถามความชอบส่วนตัว ถ้าเป็นการรับฟังคอนเทนต์ 2 แชนเนล เช่น อัลบั้มเพลงทั่วๆ ไป ผมชอบฟังรูปแบบ Stereo Mode (2.1-channel) มากกว่าครับ อย่างไรก็ดีหากท่านฟังกับ VCD หรือคอนเทนต์บางอย่าง (เช่น PS2 Games) บางไตเติลจะทำการมิกซ์ระบบเสียง PLII/PLIIx มากับช่องเสียงสเตริโอ แบบนี้การประยุกต์ใช้ Listening Mode อย่าง PLII/Neo6 ร่วมด้วย ก็น่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีครับ

ที่กล่าวมานี้ถือเป็นข้อคิดเห็น ไม่ใช่บทสรุป เรื่องของรสนิยมความชอบนั้นตัดสินลำบาก ยังไงทดลองฟังดูหากท่านชอบแบบไหน ก็เลือกใช้แบบนั้นดีกว่าครับผม


โดย: ชานม เมื่อ: 5/17/2013 5:12:19 PM


ความคิดเห็นที่ 14

ผมอ่านรีวิวคุณแล้วจึงตัดสินใจซื้อมา คุ้มค่ามากจริงๆครับ   ผมมีข้อสงสัยครับ.....คือว่าบางทีผมก็ดูแผ่นvcd จากเครื่องblue ray ที่ผ่านavr เข้า led โหมดเสียงที่ทำให้ผมชอบสับสนที่จะเลือกคือ dpl2 กับ neo6 ในความเห็นคุณพี่คิดว่าอันไหนจะเหมาะกว่ากันครับ
  ปล.  ถ้าฟังเพลงผ่าน usb ยังเห็นความแตกต่างของเสียง dpl2 กับ neo6 อยู่ ตรงที่ dpl2 เสียงคนร้องดัง ส่วนneo6 เสียงร้องเบากระจุยกระจาย แต่เพลงเซอร์ราวทั่วห้องครับ


โดย: Naruko เมื่อ: 5/16/2013 8:22:47 PM


ความคิดเห็นที่ 13

@k.เป็นต่อ
ได้ครับ

1.เปิด NB ไว้ก่อน จากนั้นต่อสาย HDMI จาก NB ไปยัง AVR และจาก AVR ต่อ HDMI Out ออกไปยังทีวีให้เรียบร้อย

2.ที่ AVR กดเลือก HDMI Input ให้ตรงกับช่องที่เสียบสาย HDMI มาจาก NB

3.เปิดเครื่อง AVR และทีวี

4.ที่ NB กดปุ่ม Functions key

จะมีปุ่มนึงที่สามารถเลือกรูปแบบ Monitor Out ของ NB ได้ครับว่าจะเป็นรูปแบบ Dual View (NB+AVR/TV) หรือออกเฉพาะ AVR/TV อย่างเดียวก็ได้ (ไม่ใช้จอของ NB)

Dual View จะเลือกได้ 2 แบบ คือ Duplicate (Clone หน้าจอเหมือนกันทั้ง 2 จอ จะอิง Resolution ตามจอของ NB) หรือ Extend (ขยายพื้นที่ Desktop 2 จอต่อกัน สามารถกำหนด resolution แยกกันได้)

5.พอภาพออกที่ทีวีแล้ว เสียงก็น่าจะออกด้วยนะครับ แต่ถ้าไม่ออกต้องไปเปลี่ยนค่าที่ Playback Devices เป็น HDMI Output ลองดูที่รูปครับ

ทีนี้เวลาดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม จาก NB เสียงและก็จะไปออกที่ชุดโฮมฯ แล้วครับ แต่กรณีที่จะให้ปล่อยเสียงแบบ Bitstream ก็จะมีการตั้งค่าที่โปรแกรมเพิ่มเติมครับ


โดย: ชานม เมื่อ: 5/11/2013 8:19:21 PM


ความคิดเห็นที่ 12

ผมอยากทราบว่า ถ้าผมใช้โน็ตบุคเป็นตัวเล่นไฟล์หนัง MKV ต่อผ่าน HDMI ไปยัง AVR รุ่นนี้ แล้วจะต่อภาพจาก AVR ไปขึ้น TV ได้มั้ยครับ

ปล.ผมมือใหม่ครับ ว่าจะซื้อรุ่นนี้


โดย: เป็นต่อ เมื่อ: 5/10/2013 4:22:03 PM


ความคิดเห็นที่ 11

3500 เสียงกว้างไหมคับ


โดย: พลเลอร์ เมื่อ: 5/3/2013 1:59:56 PM


ความคิดเห็นที่ 10

@K.Bart

G9 นั้น ศักยภาพของลำโพงถือว่าโดดเด่นสมราคา แต่การที่เป็นรูปแบบลำโพงแอ็คทีฟ 5.1 ไม่มีภาคถอดรหัสเสียงดิจิทัลเซอร์ราวด์ในตัว (ต้องพึง decoder จากเครื่องเล่น) จึงอาจจะขาดความยืดหยุ่นอยู่บ้าง

หากว่าจะอัพเกรดมาเป็นตัวนี้ สิ่งที่จะได้ คงเป็ประเด็นเรื่องของความยืดหยุ่นด้านช่องต่ออินพุต  การปรับตั้งระบบลำโพง และภาคถอดรหัสเสียงมากกว่าครับ


โดย: ชานม เมื่อ: 10/19/2012 7:47:33 PM

 
 12  หน้าถัดไป >> 

 
ติดต่อ โฆษณา
Email : hdplayerthailand@gmail.com
ค้นหา Blu-ray, HD Player
Loading
ติดตามข่าว ทุกวัน
Sponsor ผู้สนับสนุน


HD Player

หน้าแรก | รีวิว | เว็บบอร์ด | เช็คสเป็คและราคา | บทความ | ข่าว | รูปภาพ | ติดต่อเรา
ติดต่อโฆษณา Email : hdplayerthailand@gmail.com