กล้องวงจรปิดไม่ดี กับคดีที่เป็นปริศนา

กล้องวงจรปิดไม่ดี กับคดีที่เป็นปริศนา

            “กล้องวงจรปิด” มีไว้เพื่อคอยสอดส่องดูแลความปลอดภัยให้กับทุกชีวิต ปกป้องทรัพย์สินของทุกคน มีส่วนสำคัญในการช่วยคลี่คลายคดีสำคัญที่เกิดขึ้นได้นับครั้งไม่ถ้วน แต่ทว่า เรื่องไม่ชอบมาพากลก็เกิดขึ้นมากมายตามไปด้วยเช่นเดียวกัน

เมื่อกล้องวงจรปิด ไม่สามารถใช้การ หรือใช้ได้ไม่ดีพอเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ เหมือนดังเช่นในกรณี “เหตุลอบวางระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า” ตรงกับวันครบรอบ 3 ปี หลังการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พบว่า กล้องที่มีอยู่จำนวนทั้งหมด 13 ตัว แต่ใช้การได้จริงมีเพียง 4 ตัวเท่านั้น นอกจากนี้แล้วยังมีคดีอื่นอีกที่ไม่สามารถหาข้อยุติลงได้ ตัวอย่างเช่นคดีต่อไปนี้

กล้องวงจรปิดมีไม่ทั่วถึง ไร้คุณภาพ จากคดีระเบิดกลางกรุงถึง 3 ครั้ง

กล้องวงจรปิด ที่ควรจะมีติดตั้งไว้ทั่วทุกมุมถนน แต่กลับไม่สามารถใช้งานได้ให้เกิดประโยชน์อะไรมากนัก ส่งผลให้เกิดเหตุระลอบวางระเบิดกลางกรุงถึง 3 ครั้ง ณ บริเวณหน้ากองสลากเก่า บริเวณโรงละครแห่งชาติ และรพ.พระมงกุฎเกล้า ที่ยังไม่สามารถคลี่คลายคดีลงได้จนถึงบัดนี้

สำหรับคดีลอบวางระเบิดหน้ากองสลาก กล้องวงจรปิด สามารถบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยเอาไว้ได้ แต่ยังคงไม่มีการออกหมายจับแต่อย่างใด ส่วนคดีลอบวางระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาตินั้น ไม่สามารถหาตัวผู้ต้องสงสัยได้ เพราะตัวกลอง “ปราศจากคุณภาพ” และคดีลอบวางระเบิดรพ.พระมงกุฎ พบว่า กล้องชำรุดเสียหายถึง 9 ตัว (จาก 13 ตัวทั้งหมดที่มีอยู่)

กล้องวงจรปิดอยู่ระหว่างการซ่อมแซม จากคดีถอดหมุดคณะราษฎร

เป็นปัญหาจากกล้องวงจรปิดที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น จากคดีใหญ่ที่ทำให้ผู้สนใจในด้านประวัติศาสตร์ต้องตื่นตะลึง เมื่ออยู่ดีไม่ว่าดี หมุดคณะราษฎร ที่ถูกติดตั้งอยู่บริเวณพระราชวังดุสิต เพื่อเป็นการรำลึกถึงคณะราษฎรที่ร่วมกันเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง เมื่อปี 2475 ก็หายไปถูกสับเปลี่ยนเป็นหมุดอีกชิ้นหนึ่งแทน จนนำไปสู่การค้นหาว่าใครคือตัวการ แต่ทว่า เมื่อไปขอดูภาพจากกล้องแต่ผลปรากฏออกมาคือ ไม่สามารถดูได้เลย เนื่องจากกล้องทั้งหมดจำนวน 11 ตัวในบริเวณจุดเกิดเหตุ ถูกถอดนำไปซ่อมทีเดียวทั้งหมด จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่นำกลับคืนมาให้ตรวจสอบแต่อย่างใด

กล้องวงจรปิดหายไปนานถึง 2 เดือน จากคดีวิสามัญเยาวชนชาวลาหู่

กล้องวงจรปิด ทำให้ชีวิตของนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนนักกิจกรรมชาวลาหู่ต้องจบลงไปโดยไม่ได้รับความชอบธรรม จากคมกระสุนของทหาร ที่อ้างว่า ทำไปเพราะต้องการป้องกันตัวจากการตรวจค้นยาเสพติด และเตรียมเปาระเบิดใส่ แต่ข้อมูลที่ได้รับมาจากทหารมันขัดแย้งอย่างมาก เพราะพยานหลายคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นายชัยภูมิให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่กลับถูกซ้อมจนต้องวิ่งหนีออกมา จากนั้นได้ยิงเสียงปืนมากกว่า 1 นัด แต่ทว่า เมื่อสาธารณะชนไปขอดูภาพจากล้องที่เกิดเหตุ ทางกองทัพกลับปฏิเสธโดยอ้างว่า “ภาพที่ได้จากกล้อง ไม่ตอบโจทย์” อีกทั้งยังใช้เวลาถึง 2 เดือนกว่าจะส่งหลักฐานดังกล่าวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ