จีนระงับการตอบโต้ หลังสหรัฐฯลดเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน

จีนระงับการตอบโต้ หลังสหรัฐฯลดเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน

หลังจากสหรัฐฯลดเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ทางกระทรสวการคลังของของจีนก็ออกมาประกาศระงับการโต้กลับด้วยการเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าประบางประเภท นั่นก็รวมไปถึงสินค้าประเภทยานยนต์ 25% และชิ้นส่วนยานยนต์ 5% ที่ถูกผลิตขึ้นที่สหรัฐฯ

ผลพวงจากจีนบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯเรื่องสงครามการค้า ทั้งการลดกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน แลกกับการให้จีนต้องซื้อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งคิดมูลค่ารวมไม่น้อยไปกว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และจีนต้องปกป้องคุ้มครองลิขสิทธิ์ทางปัญญาของสหรัฐฯด้วยเช่นกัน

สหรัฐฯยังคงเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน แต่ลดลงจากเดิม 5%

ทางด้านประธาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้สั่งยกเลิกการขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน โดยคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 160,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 15% ซึ่งรวมไปถึงสินค้าที่ชาวอเมริกันนิยม เช่น ข้าวของเครื่องใช้ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องแต่งกาย

นอกจากนี้ ยังมีคำแถลงการณ์ที่ออกโดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ที่ระบุว่า ทางสหรัฐฯก็ยังคงมีการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอยู่ที่ 25% หรือคิดเป็นมูลค่า 250,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังจากก่อนหน้าที่กำหนดเพิ่มขึ้นเป็น 30%

โดยสหรัฐฯจะชะลอการขึ้นภาษีสินค้าจากจีนไว้ จนกว่าจะมีการเจรจาการค้าเฟส 2 ส่วนทางด้าน นายเหลี่ยว หมิน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังจีนเผยว่า การเริ่มเจรจาการค้าเฟส 2 นั้น ก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงเฟส 1 ที่ลงมือปฏิบัติไปแล้ว ด้านนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้คาดการณ์ว่า ข้อตกลงเฟสที่ 1 นี้จะมีการลงนามอย่างรวดเร็วช่วงเดือน ม.ค. ณ กรุงวอชิงตัน ของสหรัฐฯ และมีผลบังคับใช้อีก 30 วันต่อมา

จีนมองการเจรจาการค้าเฟส 2 มีความเสี่ยงที่สหรัฐฯทิ้งระเบิดกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน

นายแลร์รี่ อ่อง นักวิเคราะห์อาวุโส ประจำบริษัท ซิโนอินไซเดอร์ ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง มองเห็นว่ามีความเสี่ยงอยู่ตลอดที่อาจเกิดขึ้นกับรัฐบาลจีน ที่ยังต่อรอการค้าไม่เสร็จสิ้น พร้อมกันนี้ ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา

ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอาจกระทำการทิ้งระเบิดเรื่องกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมากขึ้น ด้วยข้อตกลงระดับเล็ก ๆ นี้ ที่จัดเป็นยุทธวิธีเลื่อนเวลา เพื่อต่อลมหายใจให้กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่กำลังเผชิญหน้ากับภาวัเศรฐกิจชะลอตัวและปัญหาการเมืองภายในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

ทั้งนี้ อัตราการเติบโตทางเศรฐกิจของจีนได้ถดถอยในไตรมาสที่ 3 เป็น 6% ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี และตัวเลขของการส่งออกเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาได้ลดลง 1.1% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า ก็ถือว่าได้ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ทำให้เกิดความเสียอย่างรุนแรงกับสงครามการค้าจีนไม่อาจจบสิ้นได้ในปีที่แล้ว โดยภายในปีนี้ ยังคงเป็นปีที่ยากลำบากต่อนายสี จิ้นผิงต่อไป.

ขอบคุณข่าวสารที่นำมาแบ่งปัน https://www.chinathaicargo.com/