ซักเสื้อโปโลอย่างถูกต้อง ช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น

ซักเสื้อโปโลอย่างถูกต้อง ช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น

            เสื้อโปโลมีวิธีดูแลไม่ยุ่งยาก แต่ก็มีการซักทำความสะอาดที่มีขั้นตอนละเอียดอ่อนกว่าการซักผ้าธรรมดา ซึ่งขั้นตอนการซักถึงแม้จะมีความละเอียดอ่อนแต่กลับไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงทำตามขั้นตอนที่ได้นำเสนอดังต่อไปนี้ ก็สามาถถนอมเนื้อผ้าให้ใช้ได้นาวนานยิ่งขึ้น

ก่อนอื่นเลย ต้องตรวจสอบเนื้อผ้าของเสื้อโปโล

ควรตรวจเสอบดูใหดีก่อน ว่าป้ายที่ติดมากับเสื้อโปโลนั้น มีข้อความอะไรระบุเอาไว้บ้าง เช่น เสื้อตัวนี้สามารถซักในน้ำร้อนได้ หรือซักด้วยเครื่องซักผ้า และซักด้วยมือได้หรือไม่ ถูกออกแบบมาให้สามารภใช้น้ำยาในการขจัดคราบได้หรือเปล่า หากพบว่ามีคราบฝังแน่นแต่ไม่สามารถใช้น้ำยาในการทำความสะอาดได้ ก็ให้ขจัดคราบเหล่านั้น ด้วยน้ำเปล่าให้เหลือน้อยที่สุดก่อน จากนั้นก็เลือกใช้น้ำยาขจัดคราบปริมาณเล็กน้อยมาใช้ ซึ่งจะไม่ทำให้เนื้อผ้าเสียหาย

ขั้นตอนต่อมาคือ การซักเสื้อโปโลด้วยวิธีที่ถูกต้อง

1.เสื้อโปโลเนื้อผ้าแบบ cotton 100% – เนื้อผ้าแบบนี้ วิธีการซักที่ถูกต้องคืออย่าขยี้เสื้อ หรือใช้แปรงขัดแรง ๆ หากสังเกตเสื้อมีคราบเปื้อนสกปรก ขอแนะนำให้นำเสื้อมาแช่ในน้ำยาซักผ้า หรือผงซักฟอกก่อน เป็นระยะเวลา 30 นาที แล้วค่อยใช้แปรงสีฟันเก่า ๆ มาถูบนรอยสกปรกที่ติดอยู่ออกจนหมด เสร็จแล้วก็ซักได้ตามปกติและควรใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความอ่อนนุ่มและทำให้ผ้าหอมยิ่งขึ้น

ในกรณีที่เป็นผ้าเนื้อผสมชนิด ๆ ต่าง ๆ ก็สามารถเลือกซักได้ทั้งมือและเครื่องซักผ้า แต่หากซักด้วยเครื่องก็ให้หาถุงสำหรับซักผ้ามาใส่ด้วย เพื่อทำให้เสื้อดูยับเยินจนเกินไป ทั้งนี้ ก่อนลงมือซักก็ต้องมีการขจัดคราบต่าง ๆ ออกให้หมดก่อนและนำเสื้อแยกระหว่างผ้าขาวและผ้าสีออกจากกัน

2.เสื้อโปโลที่เพิ่งซื้อมาใหม่ – ขั้นตอนการซักเสื้อใหม่ก็ไม่ได้ยุ่งยาก เพียงนำเสื้อไปแช่ผสมกับน้ำสมสายชูในอัตราส่วนประมาณ 1-2 ช้อน และไม่ว่าเนื้อผ้าจะเป็นชนิด ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันการขึ้นราบนเสื้อและหลีกเลี่ยงปัญหาสีตกของเสื้อผ้า สำหรับการซักเสื้อครั้งแรกนั้น มีข้อห้ามคืออย่าซักรวมกับเสื้อผ้าชนิดต่าง ๆ เพื่อป้องกันสีตกใส่

ส่วนวิธีการตากนั้น หากไม่ได้ซักด้วยมือก็ไม่ควรบิดผ้าแรงเกินไป เพราะจะทำให้ผ้านั้นยับและรีดได้ยาก วิธีที่ควรทำเลยก็คือให้ขย้ำเบา ๆ ให้น้ำออกจากเสื้อ จากนั้นก็ทำการสะบัดเสื้อแรง ๆ ติดต่อกันหลาย ๆ ครั้ง เพื่อช่วยไล่น้ำออกจากเสื้อ และก็ให้ใส่ไม้แขวนเสื้อตากไว้ด้วย หลังจากนั้นให้ใช้มือลูบเบา ๆ ให้รอยหายไปก็เสร็จแล้ว.